Loading Processing...

สุขภาพดีได้ในวัยขึ้นเลขสี่

สุขภาพดีได้ในวัยขึ้นเลขสี่

 

ที่มา : 40 plus.posttoday

       หลายคนที่อายุเกิน 40 อาจจะกังวลใจเรื่องความแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าของร่างกายตัวเองที่เริ่มทำอะไรช้าลงและเหนื่อยง่ายขึ้น

       ขึ้นชื่อว่าชาว 40 พลัสซะอย่าง อย่าปล่อยให้สังขารมาควบคุมร่างกายและจิตใจเราได้ เพราะสมัยนี้คนที่อายุเกิน 40-60 ปีขึ้นไป บางคนดูแล้วยังแข็งแรงฟิตเปรี๊ยะยิ่งกว่าหนุ่มสาวซะอีก คีย์เวิร์ดสำคัญที่สร้างความแข็งแรงให้กับพวกเขาก็คือ “การออกกำลังกาย” ซึ่งช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีได้ แม้ตัวเลขอายุจะมากขึ้นก็ตาม

      คุณเชื่อมั้ยว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ เช่น การเดินเร็ว 30-60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน มีประ โยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ยิ่งเราออกกำลังกายมากก็ยิ่งได้ประโยชน์มาก แม้การออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าการไม่ได้ออกกำลังกายเลย เพราะชายและหญิงวัย 40 ปีขึ้นไปที่ยังออกกำลังกายสม่ำเสมอจะยังคงเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอยู่เสมอ

      ทั้งนี้มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ศึกษากลุ่มผู้ใหญ่อายุระหว่าง 39-63 ปี จำนวน 6,400 ราย พบว่าผู้เข้ารับการวิจัยที่จัดอยู่ในกลุ่ม “กระฉับกระเฉง” ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา มีแนวโน้มที่จะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากข้อจำกัดทางกายภาพได้นานถึง 9 ปี สำหรับผู้เข้าร่วมการศึกษาที่กระฉับกระเฉงนั้น หมายถึงชายและหญิงที่มีการออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น ขี่จักรยาน และว่ายน้ำเล่นสบายๆ 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง เช่น การว่ายน้ำแข่งกัน และการวิ่ง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

      หลังจากออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 9 ปี ผู้ใหญ่ที่กระฉับกระเฉงเพียงพอจะมีปัญหาสุขภาพลดน้อยลง สามารถเล่นกีฬา ยกของหนัก หรือทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ ได้สบายๆ โดยนักวิจัยสรุปว่า จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมีความจำเป็นต่อชายและหญิงวัยกลางคนในการคงไว้ซึ่งหน้าที่ทางกายภาพ ที่ต้องอาศัยความสมบูรณ์และสุขภาพที่ดี

      แข็งแกร่งไว้ จะได้แข็งแรง

      เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกจะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังช่วยฟื้นฟูระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วย นอกจากการออกกำลังแบบแอโรบิกจะส่งผลดีต่อร่างกายแล้ว การฝึกความแข็งแกร่งให้ร่างกายก็มีความสำคัญเช่นกัน

      การฝึกความแข็งแกร่ง (Strength Training) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า การฝึกเพื่อความต้านทาน (Resistance Training) จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและความสมบูรณ์โดยรวมในคนทุกช่วงอายุ โดยช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ความอดทน และความหนาแน่นของกระดูก แล้วการออกกำลังกายชนิดนี้ยังช่วยฟื้นฟูการตอบสนองต่ออินซูลินและการเผาผลาญกลูโคสในร่างกายอีกด้วย

      มีการศึกษามากมายที่แสดงว่า แม้กระทั่งชายและหญิงที่มีอายุ 90 ปีที่เข้าร่วมการฝึกยกน้ำหนัก ก็สามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันการหกล้มและอาการบาดเจ็บ คนเหล่านี้จึงสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง

      อย่างไรก็ตาม มีคนสูงวัยร้อยละ 11 เท่านั้นที่สามารถฝึกความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายได้ และผู้สูงวัยส่วนใหญ่ก็มักจะพลาดโอกาสที่จะฟื้นฟูสุขภาพด้วยวิธีการนี้ แต่ถึงกระนั้นก็อยากให้ลองออกกำลังกายแบบแอโรบิก 20 นาที ร่วมกับการยกน้ำหนัก 10 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ที่สำคัญควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการออกกำลังกายด้วยก็จะดีมาก

 


วัน/เดือน/ปี : 04 พ.ค. 2560

เจ้าของข้อมูล : สสส

หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

 



กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

กองสุขศึกษา อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชั้น 7 กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

ข้อมูลติดต่อ

hed.div.001@hss.mail.go.th
0-2193-7000 ต่อ 18730
0-2193-7051

Browser Support

Copyright © 2014 Health Education Division. All rights reserved.