Loading Processing...

โรคหิด (Scabies)

โรคหิด (Scabies)

    โรคหิด (Scabies) เป็นโรคผิวหนังอักเสบติดต่อได้ง่ายและพบได้ทั่วโลก ทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ ทุกวัย เกิดจากตัวหิด (Scabies mites) ซึ่งเป็นสัตว์ขาปล้องประเภทไรชนิดขาทั้งที่เป็นปรสิต (Parasite) และอาศัยอยู่บนร่างกายของคน โดยดำรงชีวิตอยู่บนผิวหนังของคนและกินเซลล์เป็นอาหารเป็นตัวก่อโรค ผู้ป่วยมีอาการคันและมีผื่นตามผิวหนัง

     โรคหิดเกิดจากการติดเชื้อหิดซึ่งเป็นแมลงตัวเล็กมากจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับตัวไรที่อาศัยอยู่     บนร่างกายคน มีวงจรชีวิตในคนตัวหิดมี 8 ขา สีน้ำตาล มีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น สามารถติดต่อ         ได้ง่าย โดยการสัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกัน ในบางรายอาจติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดตุ่มคันบริเวณอวัยวะเพศ จึงถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกชนิดหนึ่งเมื่อคนได้รับเชื้อหิดมาแล้วจะ มีอาการที่พบลักษณะผื่นเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง หรือผื่นที่เกิดจากอาการเกา ซึ่งผื่นมีลักษณะเป็นรอยนูนคดเคี้ยวคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ          ที่ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการที่เชื้อตัวเมียไชลงไปในหนังกำพร้าถือได้ว่าเป็นรอยโรคจำเพาะสำหรับโรคหิดลักษณะผื่นผิวหนังลักษณะต่างๆ ที่กล่าวมานั้น พบการกระจายไปทั่วตัวโดยเฉพาะตามบริเวณที่ร่างกายอบอุ่น เช่น ตาม ง่ามมือ ง่ามเท้า ข้อพับ ข้อศอก ใต้ราวนม รอบหัวนม สะดือ บั้นเอว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลูกอัณฑะ ขาหนีบ และอวัยวะเพศ ซึ่งบริเวณนี้มักพบตุ่มแดงคันขนาดใหญ่และหายช้า นอกจากรอยโรคดังกล่าวแล้วในเด็กจะอาจพบรอยโรคบริเวณใบหน้าศีรษะและฝ่ามือฝ่าเท้าร่วมด้วยได้ และลักษะที่สำคัญที่สุดคือ มีอาการคันมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะคันมากเป็นพิเศษ อาการคันเกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวต่อหิดตัวเมีย ต่อไข่หิด และต่อมูลหิด ในผู้ป่วยบางกลุ่มเช่นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง สมองพิการ ขาดสารอาหาร เป็นมะเร็ง หรือได้รับยากดภูมิต้านทานของร่างกายอาจมีเชื้อหิดจำนวนมากทำให้ปรากฏรอยโรคเป็นสะเก็ดทั่วตัว ซึ่งต่างจากรอยโรคทั่วไป

     อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคหิด ผู้ป่วยจะมีอาการคัน และมีผื่นตามผิวหนัง โรคนี้สามารติดต่อได้โดยอยู่ใกล้ชิดและสัมผัสผิวหนังของผู้ที่เป็นหิด ซึ่งรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และยังคงพบการระบาดในหมู่คน        ที่อยู่กันแออัด และขาดสุขนิสัยที่ดี เช่น ตามวัด โรงเรียน โรงงาน กองทหาร และนักโทษที่อยู่ในคุก เป็นโรค        ที่สามารถรักษาและป้องกันได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้อของผิวหนังชนิดอื่นๆ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นแผลพุพองจนกลายเป็นโรคแทรกซ้อนได้

     การป้องกันโรคหิด ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยามาใช้เอง โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยระหว่าง             การรักษาควรใช้ยาให้ครบภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และหลังจากผ่านการรักษาแล้วควรระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดโรคหิดซ้ำทั้งแก่ตนเองตลอดจนคนในครอบครัวดังนี้ อย่าใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทุกวันวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น นำของใช้ส่วนตัวอย่าง เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าขนหนู ฯลฯ ไปซักทำความสะอาดในน้ำร้อนที่อุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที หากเป็นสิ่งของที่ทำความสะอาดด้วยการซักไม่ได้เอาของใช้เหล่านั้นก็ให้ใส่ถุงพลาสติกและปิดปากถุงให้มิดชิดประมาณ 3 วัน เพราะตัวหิดสามารถมีชีวิตอยู่ภายนอกตัวคนได้ไม่เกิน 3 วัน เพื่อรอให้ตัวหิดตายก่อนจึงนำมาใช้ ควรดูดฝุ่นทำความสะอาดตามโซฟา เก้าอี้ที่นั่ง หรือพรมในบ้าน ให้สะอาด หากมีผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคหิด ก่อนสัมผัสตัวผู้ป่วยทุกครั้งต้องสวมถุงมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อของหิดสู่ผู้อื่น และการกลับมาติดหิดซ้ำ ผู้ป่วยควรตัดเล็บ         ให้สั้น และพยายามอย่าแกะหรือเกา เพราะอาจทำให้ลุกลามไปที่อื่นได้

แหล่งข้อมูล : ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

ไฟล์เอกสารประกอบ



กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

กองสุขศึกษา อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชั้น 4 กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

ข้อมูลติดต่อ

hed.div.001@hss.mail.go.th
0-2193-7000 ต่อ 18734
0-2193-7020

Browser Support

Copyright © 2014 Health Education Division. All rights reserved.